เที่ยวอัมพวาวันธรรมดา - บล็อกท่องเที่ยวไทย - ท่องเที่ยวไทย - Home

ผู้เขียน หัวข้อ: เที่ยวอัมพวาวันธรรมดา  (อ่าน 34765 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

admin

  • Unseen Tour Thailand
  • Administrator
  • Full Member
  • *****
  • กระทู้: 108
  • การ์ม่า: +0/-0
    • ดูรายละเอียด
    • Unseen Tour Thailand
เที่ยวอัมพวาวันธรรมดา
« เมื่อ: พฤศจิกายน 08, 2014, 07:09:46 AM »

Permalink: เที่ยวอัมพวาวันธรรมดา
อ้างถึง
เที่ยวอัมพวาวันธรรมดา

ใครจะรู้ว่าที่เที่ยวฮอตฮิตอย่างอัมพวา ที่มีคนมาเที่ยวแน่นเอี๊ยดในวันเสาร์-อาทิตย์ จะมีมุมมองท่องเที่ยวที่น่าสนใจในวันธรรมด๊าธรรมดา
ที่ไม่น่าเบื่ออย่างที่คิด  ลองดูแล้วจะติดใจในความสงบและเป็นส่วนตัว มันช่างดู VIP ซะจริงๆ




ใช้เวลาท่องเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับเพราะอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯ ชิลๆ ไม่รีบร้อน

เริ่มจากเดินทางออกจากกรุงเทพฯ สายๆ หน่อยก็ได้ ประมาณสักไม่เกิน 10 โมง เพื่อจะได้ทันไปกินข้าวเที่ยงพอดี


แวะ “กราบรอยพระบาทเก้านิ้ว” ที่ “วัดเขายี่สาร” ก่อนเป็นแห่งแรก
วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่สร้างในสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย มีพระวิหารอยู่บนยอดเขาเป็นรูปเรือ มีมณฑปและบานประตูไม้ที่แกะสลักด้วยศิลปะชั้นสูง




บรรยากาศร่มรื่นด้วยต้นไม้ใหญ่ร่มครึ้มไปหมด ด้วยความที่เป็นวัดที่อยู่บนเนินเขา จึงมีบันไดเดินขึ้นวัดให้พอเหนื่อย
นิดหน่อยพอให้เหงื่อซึมๆ เล่าติดตลกว่าวัดนี้เป็นวัดเดียวในสมุทรสงครามที่อยู่บนเขา ฮาาา

วัดนี้มีพระพุทธรูปในหลายๆ จุด หลายๆ มุม ให้ได้สักการะตั้งแต่บนเขาจนถึงด้านล่าง



ด้วยความที่วัดอยู่ติดริมแม่น้ำ จึงมีท่าน้ำให้อาหารปลา ชื่อว่า “วังมัจฉา ปลาน้ำเค็ม”

เมืองแม่กลองได้รับฉายาว่าเป็นเมืองสามน้ำ คือ น้ำจืด น้ำเค็ม น้ำกร่อย เป็นเมืองแห่งสายน้ำ และวิถีชีวิตริมฝั่งน้ำ



เสร็จจากไหว้พระบนยอดเขา ลงมากินอาหาร ที่ร้านอาหารทะเล ชื่อ “ร้านคุณจ๋า” อยู่ริมน้ำข้างวัดเขายี่สาร
อาหารทะเลสด รสชาติจัดจ้านถึงใจ

และยังมีเมนูพื้นบ้านน่าสน อย่าง น้ำพริกปลาทูกับใบชะคราม,  แกงส้มปลาดุกใบชะคราม ลองชิมดูแล้วจะติดใจ




“ใบชะคราม” เป็นพืชสมุนไพร ใบเป็นเส้นเล็กฝอยสีเขียว เอามาลวกราดกะทิกินเป็นผักแกล้มกับน้ำพริกกะปิ เข้ากั๊นเข้ากัน อร่อยอย่าบอกใคร



หลังจากอิ่มหนำสำราญแล้ว ก็ไปต่อกันที่ตลาดน้ำอัมพวา ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ได้มีของขายมากมายเหมือนอย่างวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
จะมีบ้างก็แต่แม่ค้าพายเรือขายก๋วยเตี๋ยวอยู่ไม่กี่ลำ ท่าทางน่าอร่อย แต่คงจะต่ออีกไม่ไหวแล้ว

เราจึงตัดสินใจใช้บริการนวดไทย “ล่องเรือนวดหัตถาธารา” เป็นการนอนนวดบนเรือพร้อมล่องแม่น้ำแม่กลองและตลาดน้ำอัมพวา
โดยมีเรือมารับที่ท่าน้ำ ของ “อุทยาน ร.๒”







หากใครไม่ต้องการนวดในเรือ ก็มีบริการนวดที่ร้าน ซึ่งตั้งอยู่ในตลาดน้ำอัมพวา ด้วย
สนนราคาก็ไม่แพง และโฆษณาว่าเป็น “ล่องเรือนวดเพื่อสุขภาพ หนึ่งเดียว...ในอัมพวา”

อากาศเย็นสบายริมแม่น้ำแม่กลองทำให้หวนระลึกถึงบรรยากาศเก่าๆ สุดแสนคลาสสิคในสมัยก่อนที่ไม่มีนักท่องเที่ยวมากมาย บ้านเรือนอยู่กันอย่างสงบ
นึกจะถ่ายรูปมุมไหนก็ได้มุมสวยๆ แบบไม่มีคนมาบังเยอะแยะ ยกให้เป็นมุมมองใหม่ Unseen ของอัมพวา
ในวันธรรมดาเลยทีเดียว


นวดในเรือไปกลับก็ประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง ในระหว่างทาง เรือจะแวะให้สักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามวัดต่างๆ ริมแม่น้ำ
ซึ่งก็แล้วแต่ความสมัครใจว่าจะลงไปไหว้พระหรือจะนวดในเรือต่อ



ภายในเรือมีผลไม้และขนมหวานไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย



เรือจอดส่งเราที่ท่าเรือเดิม  จึงมีเวลาเดินเล่นภายใน อุทยาน ร.๒ หรือที่มีชื่อเต็มว่า “อุทยานพระบรมราชานุสรณ์
พระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย”


ซึ่งเป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) ภายในมีบรรยากาศร่มรื่น มีจักรยานให้เช่าเพื่อจะได้ชมได้รอบๆ
โดยไม่เมื่อยขา บนพื้นที่กว่า 42 ไร่



ภายในมีพิพิธภัณฑ์ต่างๆ โรงละครกลางแจ้ง และสวนพฤกษชาติพันธุ์ไม้ในวรรณคดี และรูปปั้นตัวละครในวรรณคดี เช่น เงาะป่า ไกรทอง หนุมาน ฯลฯ
เนื่องจากรัชกาลที่ 2 ท่านทรงเป็นยอดกวีด้านการแต่งบทละคร ดนตรีและศิลปวัฒนธรรมไทย



ภายใน "พิพิธภัณฑ์ขนมไทย" ที่จัดแสดงจำลองขนมไทยชนิดต่างๆ ความรู้ด้านการทำขนมไทย และขนมไทยในท้องถิ่นที่ยังคงอนุรักษ์ไว้



ดังปรากฏในกาพย์เห่เรือเครื่องคาวหวานไว้ (บางบท)

บัวลอยเล่ห์บัวงาม คิดบัวกามแก้วกับตน
ปลั่งเปล่งเคร่งยุคล สถนนุชดุจประทุม

ช่อม่วงเหมาะมีรส หอมปรากฏกลโกสุม
คิดสีสไบคลุม หุ้มห่อม่วงดวงพุดตาน

ฝอยทองเป็นยองใย เหมือนเส้นไหมไข่ของหวาน
คิดความยามเยาวมาลย์ เย็บชุนใช้ไหมทองจีน




ถ้ามาเที่ยวในช่วงที่มีเทศกาลลอยกระทง (ที่มักจะไม่ตรงกับวันเสาร์-อาทิตย์)  ก็ประจวบเหมาะที่ได้ร่วมงานประเพณี
“ลอยกระทงกาบกล้วยเมืองแม่กลอง”
ที่มีชื่อเสียงโด่งดัง

เป็นกระทงที่น่ารักและเรียบง่าย รักษาสิ่งแวดล้อม และใช้วัสดุที่มีในท้องถิ่นได้อย่างคุ้มค่า เพราะที่นี่มีต้นกล้วยเยอะ

โดยในคืนวันลอยกระทงจะสวยงามสว่างไสวไปด้วยกระทงกาบกล้วยนับแสนๆ ใบ งดงามตระการตาจนลืมไม่ลงเลยล่ะ



นอกจากนั้นยังได้ชมประกวดขบวนเรือไฟ ประกวดนางนพมาศ ตลาดโบราณย้อนยุค การแสดง และกิจกรรมอื่นๆ อีกมากมาย

งานจัดที่ท่าน้ำ “วัดภุมรินทร์กุฎีทอง” ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำแม่กลอง สิ่งที่น่าสนใจของวัดนี้คือ “กุฎีทอง”
 ทำด้วยไม้สัก และมีพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมโบราณวัตถุล้ำค่า เช่น โถลายคราม หนังสือไทย พระพุทธรูปและเครื่องทองเหลือง ฯลฯ



นอกจากนี้ยังมีการจัดนิทรรศการที่อุทยาน ร.๒ ในคอนเซ็ป “เมืองสายน้ำ...สามเวลา” ที่มีความหมายว่า
จะได้เพลิดเพลินกับกิจกรรมทางน้ำได้ทั้ง 3 เวลา คือ ยามเช้าตักบาตรพระทางน้ำ , ยามสายล่องเรือนวด ล่องเรือไหว้พระทางน้ำ ,
ยามเย็นนั่งเรือชมหิ่งห้อย

เมืองแห่งสายน้ำ ที่ไม่หมุนไปตามกาลเวลา หากว่าใครบางคนอยากจะหยุดเวลาไว้ที่นี่...


ภาพ/เรื่อง :  สีรุ้ง  พงษ์พานิช

ขอขอบคุณ
การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสมุทรสงคราม
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กุมภาพันธ์ 18, 2015, 10:30:48 AM โดย admin »



 
Share this topic...
In a forum
(BBCode)
In a site/blog
(HTML)

Sitemap 1 2 3 4